คุย 10 คำถามกับคุณหมอ เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้สูง
ภาวะชักจากไข้สูง หรือ “ไข้ชัก” เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก
พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีบุตรหลานซึ่งสงสัยว่าเด็กอาจมีอาการบ่งชี้ภาวะดัง
กล่าว ควรทราบรายละเอียดของภาวะนี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
และรับทราบถึงแนวทางปฏิบัติตนในเบื้องต้นเมื่อลูกมีไข้สูง
หรือเมื่อมีอาการชักดังกล่าว

(ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต)
Q: เตรียมตัวอย่างไรดี หากกลัวว่าลูกจะชัก
A: ภาวะชักจากไข้สูง หรือ “ไข้ชัก” เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก
พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีบุตรหลานซึ่งสงสัยว่าเด็กอาจมีอาการบ่งชี้ภาวะดัง
กล่าว ควรทราบรายละเอียดของภาวะนี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
และรับทราบถึงแนวทางปฏิบัติตนในเบื้องต้นเมื่อลูกมีไข้สูง
หรือเมื่อมีอาการชักดังกล่าว
Q: ภาวะชักจากไข้สูงมีลักษณะเป็นอย่างไร
A: ผู้ป่วยจะมีอาการชักแบบเกร็งหรือกระตุกทั้งตัว
อาการนี้จะเกิดขึ้นขณะที่มีไข้สูง โดยทั่วไปจะมีอุณหภูมิสูงกว่า 38.5
องศาเซลเซียส ซึ่งอาการนี้จะพบในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ไปจนกระทั่ง 5-6
ปี แต่มักจะพบบ่อยในกลุ่มเด็กเล็กที่มีช่วงอายุประมาณ 1-2 ปี
Q: ภาวะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
A: เกิดจากการที่สมองของเด็กเล็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ทำให้มีโอกาสชักได้เมื่อถูกกระตุ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น มีไข้สูง เป็นต้น
Q: นอกจากภาวะนี้ อาจเกิดโรคหรือภาวะอื่นขึ้นอีกได้หรือไม่
A: การที่เด็กมีไข้และมีอาการชักตามมานั้น อาจเกิดจากภาวะอื่นๆได้ เช่น
การติดเชื้อในสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง
ดังนั้นในบางรายอาจจำเป็นต้องตรวจน้ำไขสันหลัง
โดยเฉพาะในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี โดยบางครั้งอาจพบว่าเด็กมีอาการซึมลง
รับประทานอาหารน้อยลง หรืออาเจียนร่วมด้วย
Q: ภาวะนี้มีผลต่อพัฒนาการ หรือสติปัญญาของเด็กหรือไม่
A:
โดยทั่วไปภาวะนี้จะไม่มีผลต่อพัฒนาการหรือการเรียนรู้ของเด็กที่ปกติแล้วมี
ความแข็งแรงดี ยกเว้นในบางรายที่มีอาการชักติดต่อกันเป็นเวลานาน
(โดยเฉพาะถ้านานมากกว่า 30 นาที) จนมีภาวะตัวเขียวเนื่องจากขาดออกซิเจน
กรณีนี้อาจส่งผลต่อสมองได้
แต่โดยทั่วไปอาการชักชนิดนี้มักจะหยุดได้เองภายในเวลา 3-5 นาที
จึงไม่น่ามีอันตรายต่อสมองของเด็ก
Q: ลูกจะมีโอกาสชักซ้ำถ้ามีไข้สูงอีกหรือไม่
A: โดยทั่วไปประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีโอกาสชักซ้ำได้ถ้ามีไข้สูง
จนกว่าจะมีอายุ 5-6 ปีไปแล้ว
ส่วนในรายที่เริ่มมีอาการชักจากไข้ครั้งแรกก่อนอายุ 1 ปี
และมีประวัติว่าคนในครอบครัวมีภาวะนี้เกิดขึ้นในตอนเด็ก
อาจมีโอกาสชักซ้ำได้มากขึ้น
Q: เด็กที่เคยชักแล้ว จะมีโอกาสเป็นโรคลมชักหรือไม่
A:
โดยทั่วไปความเสี่ยงในการเป็นโรคลมชักในอนาคตไม่ได้แตกต่างจากเด็กปกติทั่ว
ไป ยกเว้นในรายที่มีอาการชักนานกว่า 15 นาที มีอาการชักซ้ำมากกว่า 1
ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง มีความผิดปกติทางสมองและพัฒนาการก่อนมีอาการชัก
หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคลมชัก
ก็จะมีโอกาสเป็นโรคลมชักได้มากกว่าเด็กปกติ
Q: จะทำอย่างไรดีเมื่อลูกชัก
A: ตั้งสติ อย่าตกใจ จับผู้ป่วยนอนตะแคงเพื่อป้องกันการสำลัก
ห้ามใช้นิ้วหรือวัสดุใดๆ ล้วงหรืองัดปากผู้ป่วย ถ้ามีอาการชักนานมากกว่า
3-5 นาที หรือรอบปากมีรอยเขียวคล้ำ
ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาในเบื้องต้นที่เหมาะสมต่อไป
Q: จะป้องกันอาการชักซ้ำเมื่อมีไข้สูงอย่างไร
A: ถ้าพบว่าลูกมีไข้สูงควรให้ยาลดไข้พาราเซตามอลและเช็ดตัวลดไข้ทันที
ทั้งนี้
ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของไข้และให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป
Q: จำเป็นต้องให้เด็กรับประทานยาป้องกันการชักหรือไม่
A: โดยทั่วไปแล้วภาวะนี้ไม่จำเป็นต้องกินยากันชัก
ยกเว้นในบางรายที่แพทย์อาจแนะนำให้กินยาเพื่อป้องกันอาการชักเฉพาะเวลาที่มี
ไข้สูง ทั้งนี้ขึ้นกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย
โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาร่วมกับผู้ปกครองถึงผลดีและผลเสียของยาดังกล่าว
รวมถึงแนวทางการให้ยาที่เหมาะสมต่อไป
0 comments:
Post a Comment