Sunday, June 23, 2013

คุย 10 คำถามกับคุณหมอ เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้สูง

คุย 10 คำถามกับคุณหมอ เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้สูง

ภาวะชักจากไข้สูง หรือ “ไข้ชัก” เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีบุตรหลานซึ่งสงสัยว่าเด็กอาจมีอาการบ่งชี้ภาวะดัง กล่าว ควรทราบรายละเอียดของภาวะนี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และรับทราบถึงแนวทางปฏิบัติตนในเบื้องต้นเมื่อลูกมีไข้สูง หรือเมื่อมีอาการชักดังกล่าว

คุย 10 คำถามกับคุณหมอ เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้สูง
(ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต)

Q: เตรียมตัวอย่างไรดี หากกลัวว่าลูกจะชัก

A: ภาวะชักจากไข้สูง หรือ “ไข้ชัก” เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีบุตรหลานซึ่งสงสัยว่าเด็กอาจมีอาการบ่งชี้ภาวะดัง กล่าว ควรทราบรายละเอียดของภาวะนี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และรับทราบถึงแนวทางปฏิบัติตนในเบื้องต้นเมื่อลูกมีไข้สูง หรือเมื่อมีอาการชักดังกล่าว

Q: ภาวะชักจากไข้สูงมีลักษณะเป็นอย่างไร

A: ผู้ป่วยจะมีอาการชักแบบเกร็งหรือกระตุกทั้งตัว อาการนี้จะเกิดขึ้นขณะที่มีไข้สูง โดยทั่วไปจะมีอุณหภูมิสูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ซึ่งอาการนี้จะพบในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ไปจนกระทั่ง 5-6 ปี แต่มักจะพบบ่อยในกลุ่มเด็กเล็กที่มีช่วงอายุประมาณ 1-2 ปี

Q: ภาวะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

A: เกิดจากการที่สมองของเด็กเล็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ทำให้มีโอกาสชักได้เมื่อถูกกระตุ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น มีไข้สูง เป็นต้น

Q: นอกจากภาวะนี้ อาจเกิดโรคหรือภาวะอื่นขึ้นอีกได้หรือไม่

A: การที่เด็กมีไข้และมีอาการชักตามมานั้น อาจเกิดจากภาวะอื่นๆได้ เช่น การติดเชื้อในสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง ดังนั้นในบางรายอาจจำเป็นต้องตรวจน้ำไขสันหลัง โดยเฉพาะในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี โดยบางครั้งอาจพบว่าเด็กมีอาการซึมลง รับประทานอาหารน้อยลง หรืออาเจียนร่วมด้วย

Q: ภาวะนี้มีผลต่อพัฒนาการ หรือสติปัญญาของเด็กหรือไม่

A: โดยทั่วไปภาวะนี้จะไม่มีผลต่อพัฒนาการหรือการเรียนรู้ของเด็กที่ปกติแล้วมี ความแข็งแรงดี ยกเว้นในบางรายที่มีอาการชักติดต่อกันเป็นเวลานาน (โดยเฉพาะถ้านานมากกว่า 30 นาที) จนมีภาวะตัวเขียวเนื่องจากขาดออกซิเจน กรณีนี้อาจส่งผลต่อสมองได้ แต่โดยทั่วไปอาการชักชนิดนี้มักจะหยุดได้เองภายในเวลา 3-5 นาที จึงไม่น่ามีอันตรายต่อสมองของเด็ก

Q: ลูกจะมีโอกาสชักซ้ำถ้ามีไข้สูงอีกหรือไม่

A: โดยทั่วไปประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีโอกาสชักซ้ำได้ถ้ามีไข้สูง จนกว่าจะมีอายุ 5-6 ปีไปแล้ว ส่วนในรายที่เริ่มมีอาการชักจากไข้ครั้งแรกก่อนอายุ 1 ปี และมีประวัติว่าคนในครอบครัวมีภาวะนี้เกิดขึ้นในตอนเด็ก อาจมีโอกาสชักซ้ำได้มากขึ้น

Q: เด็กที่เคยชักแล้ว จะมีโอกาสเป็นโรคลมชักหรือไม่

A: โดยทั่วไปความเสี่ยงในการเป็นโรคลมชักในอนาคตไม่ได้แตกต่างจากเด็กปกติทั่ว ไป ยกเว้นในรายที่มีอาการชักนานกว่า 15 นาที มีอาการชักซ้ำมากกว่า 1 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง มีความผิดปกติทางสมองและพัฒนาการก่อนมีอาการชัก หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคลมชัก ก็จะมีโอกาสเป็นโรคลมชักได้มากกว่าเด็กปกติ

Q: จะทำอย่างไรดีเมื่อลูกชัก

A: ตั้งสติ อย่าตกใจ จับผู้ป่วยนอนตะแคงเพื่อป้องกันการสำลัก ห้ามใช้นิ้วหรือวัสดุใดๆ ล้วงหรืองัดปากผู้ป่วย ถ้ามีอาการชักนานมากกว่า 3-5 นาที หรือรอบปากมีรอยเขียวคล้ำ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาในเบื้องต้นที่เหมาะสมต่อไป

Q: จะป้องกันอาการชักซ้ำเมื่อมีไข้สูงอย่างไร

A: ถ้าพบว่าลูกมีไข้สูงควรให้ยาลดไข้พาราเซตามอลและเช็ดตัวลดไข้ทันที ทั้งนี้ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของไข้และให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป

Q: จำเป็นต้องให้เด็กรับประทานยาป้องกันการชักหรือไม่

A: โดยทั่วไปแล้วภาวะนี้ไม่จำเป็นต้องกินยากันชัก ยกเว้นในบางรายที่แพทย์อาจแนะนำให้กินยาเพื่อป้องกันอาการชักเฉพาะเวลาที่มี ไข้สูง ทั้งนี้ขึ้นกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาร่วมกับผู้ปกครองถึงผลดีและผลเสียของยาดังกล่าว รวมถึงแนวทางการให้ยาที่เหมาะสมต่อไป

0 comments:

Post a Comment